คุณกำลังจะพาพนักงานต่างชาติไปตรวจสุขภาพเพื่อทำใบรับรองแพทย์ประกอบการขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) แล้วติดคำถามเดิมๆ ว่าต้องตรวจอะไรบ้าง ไปคลินิกใกล้ออฟฟิศได้ไหมหรือต้องเป็นโรงพยาบาลที่ราชการกำหนด และถ้าพาไปตรวจสัปดาห์นี้ ใบรับรองจะยังใช้ได้อยู่ไหมตอนเอกสารชุดอื่นพร้อมยื่นจริง
คำตอบสั้นๆ คือ การตรวจสุขภาพ Work Permit คือการตรวจเพื่อให้แพทย์ออกใบรับรองว่าพนักงานต่างชาติคนนั้นไม่มีโรคต้องห้าม 6 โรคตามกฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของคนต่างด้าวซึ่งขอรับใบอนุญาตทำงาน (กระทรวงแรงงาน) ตัวการตรวจใช้เวลาไม่นาน ไม่ผูกกับโรงพยาบาลแห่งใดแห่งหนึ่ง และจุดที่พลาดกันบ่อยที่สุดไม่ใช่เรื่องตรวจไม่ผ่าน — แต่คือเรื่องจังหวะเวลาที่พาไปตรวจ
Key Takeaways▾
- ใบรับรองแพทย์สำหรับ Work Permit ต้องรับรองว่าไม่มีโรคต้องห้าม 6 โรค ได้แก่ โรคเรื้อน วัณโรคในระยะอันตราย โรคเท้าช้าง โรคติดยาเสพติดให้โทษ โรคพิษสุราเรื้อรัง และโรคซิฟิลิสระยะที่ 3 (กระทรวงแรงงาน)
- ผู้ออกใบรับรองต้องเป็นแพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากแพทยสภา — กระทรวงแรงงานไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นโรงพยาบาลรัฐหรือเอกชนแห่งใดแห่งหนึ่ง
- กระทรวงแรงงานระบุว่าใบรับรองแพทย์ที่ยื่นต้องมีอายุไม่เกิน 6 เดือน แต่โรงพยาบาลบางแห่งระบุอายุใช้งานบนใบรับรองสั้นกว่านั้น เช่น โรงพยาบาลกรุงเทพตราดระบุ 60 วันนับจากวันตรวจ — ให้ยึดวันที่บนใบรับรองจริงเป็นหลัก
- ราคาต่างกันตามสถานพยาบาล ตัวอย่างที่ประกาศราคาไว้ชัดคือโรงพยาบาลพญาไท 2 ที่ 1,450 บาท (ราคาปกติ 1,650 บาท) ควรโทรเช็คราคาก่อนนัด
- วันตรวจที่ดีที่สุดคือวันที่เอกสารชุดอื่นใกล้ครบแล้ว ไม่ใช่วันแรกที่ว่าง
ตรวจสุขภาพ Work Permit ต้องตรวจอะไรบ้าง?

การตรวจสุขภาพเพื่อขอ Work Permit คือการตรวจคัดกรองโรคต้องห้าม 6 โรคที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่การตรวจสุขภาพแบบครอบจักรวาล ตามที่กระทรวงแรงงานระบุไว้ในหน้า ‘ประเภทของคนต่างด้าวที่มีสิทธิขออนุญาตทำงานได้’ โรคต้องห้ามตามกฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของคนต่างด้าวซึ่งขอรับใบอนุญาตทำงาน มีดังนี้
- โรคเรื้อน (ระยะติดต่อหรือระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม)
- วัณโรคในระยะอันตราย
- โรคเท้าช้าง (ระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม)
- โรคติดยาเสพติดให้โทษ
- โรคพิษสุราเรื้อรัง
- โรคซิฟิลิสระยะที่ 3
ในทางปฏิบัติ วันที่พาพนักงานไปตรวจจะเจอ 3 ขั้นตอนหลัก คือ แพทย์ซักประวัติและตรวจร่างกายทั่วไป (ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดความดันโลหิต จับชีพจร) จากนั้นเอกซเรย์ทรวงอกเพื่อดูปอดและหัวใจ ซึ่งเป็นการคัดกรองวัณโรค แล้วปิดท้ายด้วยเจาะเลือดตรวจ VDRL เพื่อคัดกรองซิฟิลิส — ขั้นตอนชุดนี้ตรงกันในข้อมูลของโรงพยาบาลกรุงเทพตราดและโรงพยาบาลพญาไท 2
สิ่งที่ต้องดูให้ชัดคือตัวใบรับรอง ไม่ใช่ตัวการตรวจ ใบที่ใช้ยื่นได้ต้องเป็นใบที่ระบุว่าผู้ถูกตรวจไม่มีโรคต้องห้ามทั้ง 6 โรคนั้น ไม่ใช่ใบสรุปผลตรวจสุขภาพทั่วไปที่บอกแค่ค่าเลือดกับความดัน ก่อนกลับออกจากโรงพยาบาลจึงควรอ่านใบรับรองให้จบก่อนหนึ่งรอบ
ไปตรวจที่ไหนได้บ้าง — โรงพยาบาลหรือคลินิกไหนก็ได้ ขอแค่แพทย์มีใบอนุญาตจากแพทยสภา

คนที่ค้นคำว่า ‘ตรวจสุขภาพ work permit ใกล้ฉัน’ ส่วนใหญ่กังวลเรื่องเดียวกัน คือกลัวว่าราชการกำหนดรายชื่อโรงพยาบาลไว้แล้วพาไปผิดที่จะเสียเที่ยว คำตอบคือใบรับรองแพทย์สำหรับ Work Permit ต้องออกโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากแพทยสภา และกระทรวงแรงงานไม่ได้ระบุว่าต้องเป็นโรงพยาบาลรัฐหรือเอกชนแห่งใดแห่งหนึ่งโดยเฉพาะ พูดง่ายๆ คือโรงพยาบาลใกล้ที่ทำงานที่ออกใบรับรองตามแบบนี้ได้ ก็ใช้ได้
หน่วยงานที่รับเอกสารชุดนี้คือกรมการจัดหางาน โดยข้อมูลการขอรับใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวใน ระบบข้อมูลการให้บริการภาครัฐ (info.go.th) ระบุตรงกันว่าเอกสารที่ต้องใช้คือใบรับรองแพทย์ที่รับรองว่าคนต่างด้าวไม่มีลักษณะต้องห้าม
ข้อแนะนำจากงานจริงคือโทรถามก่อนนัดทุกครั้งด้วยคำถามเดียว: ‘ที่นี่ออกใบรับรองแพทย์สำหรับขอใบอนุญาตทำงานของชาวต่างชาติไหม’ เพื่อให้แน่ใจว่าใบที่ได้กลับมาเป็นแบบที่กระทรวงแรงงานกำหนด ไม่ใช่ใบสรุปผลตรวจทั่วไป
‘6 เดือน’ กับ ’60 วัน’ ไม่ใช่กฎเดียวกัน — อายุใบรับรองแพทย์นับยังไง

นี่คือจุดที่ข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตขัดกันเองมากที่สุด และเป็นเหตุผลที่หลายบริษัทต้องพาพนักงานไปตรวจซ้ำโดยไม่จำเป็น ความจริงคือมันคือตัวเลขคนละชั้นกัน
ชั้นที่หนึ่ง — เพดานตามกฎหมาย กระทรวงแรงงานระบุว่าเอกสารที่ต้องยื่นคือใบรับรองแพทย์ที่รับรองว่าผู้ขอไม่มีโรคต้องห้ามตามกฎหมาย และต้องมีอายุไม่เกิน 6 เดือน นั่นคือกรอบสูงสุดที่ยอมรับได้
ชั้นที่สอง — อายุที่สถานพยาบาลระบุบนใบรับรองเอง ซึ่งสั้นกว่าได้ ตัวอย่างเช่น โรงพยาบาลกรุงเทพตราด ระบุอายุการใช้งานของใบรับรองไว้ที่ 60 วันนับจากวันตรวจ
เมื่อสองชั้นนี้ไม่ตรงกัน ให้ยึดวันหมดอายุที่พิมพ์อยู่บนใบรับรองจริงเสมอ อย่านับเอง 6 เดือนจากวันตรวจ เพราะถ้าใบระบุ 60 วันไว้แล้ว การเดินเข้าไปยื่นในเดือนที่สามคือการเสียเที่ยวทั้งวันของทั้งพนักงานและคนพาไป
ค่าตรวจสุขภาพ Work Permit ประมาณเท่าไหร่?
ราคาไม่ได้ถูกกำหนดกลาง แต่ละสถานพยาบาลตั้งเอง จึงต่างกันได้พอสมควร ตัวอย่างที่ประกาศตัวเลขไว้ชัดในหน้าเว็บคือโปรแกรมตรวจสุขภาพสำหรับ Work Permit ของโรงพยาบาลพญาไท 2 ที่ราคา 1,450 บาท จากราคาปกติ 1,650 บาท ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างราคาตลาดให้ใช้ตั้งงบคร่าวๆ ไม่ใช่ราคาที่ใช้ได้ทุกที่
ถ้าต้องพาพนักงานไปหลายคน การโทรเช็คราคาและเงื่อนไข (เช่น รวมค่าเอกซเรย์และค่าธรรมเนียมแพทย์แล้วหรือยัง) กับ 2-3 แห่งใกล้ออฟฟิศก่อนนัด มักคุ้มค่าเวลาสิบนาทีที่เสียไป ส่วนค่าธรรมเนียมของการยื่นขอใบอนุญาตทำงานเป็นคนละก้อนกับค่าตรวจสุขภาพ และมีรายละเอียดของมันเองแยกต่างหาก
ควรพาพนักงานไปตรวจตอนไหนถึงจะไม่ต้องตรวจซ้ำ

วิธีที่ใช้ได้จริงคือทำย้อนกลับจากปลายทาง เริ่มจากกำหนดวันที่ตั้งใจจะยื่นก่อน แล้วดูว่าเอกสารชิ้นไหนยังขาดและใช้เวลารวบรวมอีกเท่าไหร่ ค่อยวางวันตรวจสุขภาพให้อยู่ในช่วงก่อนวันยื่นไม่กี่สัปดาห์ เพราะใบรับรองแพทย์เริ่มนับอายุตั้งแต่วันตรวจ ในขณะที่เอกสารชิ้นอื่นมักใช้เวลานานกว่า ใบที่ออกเร็วเกินไปจึงกลายเป็นชิ้นที่หมดอายุก่อนเพื่อน
ถ้าคุณมีพนักงานต่างชาติคนเดียวและเอกสารบริษัทพร้อมอยู่แล้ว เรื่องนี้จบได้ด้วยตัวเองภายในเช้าเดียว ไม่ต้องจ้างใครมาช่วย — และเราก็บอกตรงๆ ว่าเคสแบบนี้ไม่ต้องใช้บริการใครทั้งนั้น
ที่ Simple Outsource เราจะเจอความยุ่งจริงตอนที่บริษัทต้องยื่นให้พนักงานหลายคนพร้อมกัน หรือเอกสารมาจากหลายประเทศคนละจังหวะ เราเตรียม ตรวจสอบ และแปลเอกสารทุกชิ้นก่อนยื่น โดยใบรับรองแพทย์เป็นหนึ่งในเอกสารที่ทีมตรวจก่อนเสมอ และเราดูแล timeline ของทั้งกระบวนการเพื่อไม่ให้เอกสารชิ้นไหนหมดอายุก่อนถึงวันยื่นจริง
ถ้าอยากเห็นภาพว่าใบรับรองแพทย์ไปวางอยู่ตรงไหนของกระบวนการทั้งหมด อ่านต่อได้ที่ภาพรวมขั้นตอนขอ Work Permit และถ้ากำลังไล่เช็คว่ายังขาดอะไรอีกบ้าง ดูเอกสารที่ต้องเตรียมทั้งหมดสำหรับขอ Work Permit ให้พนักงานต่างชาติ
หรือถ้าอยากให้มีคนช่วยจับจังหวะเอกสารทั้งชุดแทน คุยกับทีมของเราได้ที่บริการขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน — คุยเพื่อดูว่าเคสของคุณต้องใช้อะไรบ้างก่อนได้ ไม่มีข้อผูกมัด

