เขียนและตรวจโดยทีม Simple Outsource — ทีมงานที่ดูแลเรื่องวีซ่าและใบอนุญาตทำงานให้ธุรกิจในไทย · อัปเดตล่าสุด: สิงหาคม 2569
คุณตกลงวันเริ่มงานกับพนักงานต่างชาติไว้เรียบร้อย ที่เหลือน่าจะแค่เดินเอกสาร — จนถึงวันที่รู้ว่ายังยื่นไม่ได้ เพราะเอกสารอีกชุดหนึ่งของฝั่งบริษัทยังไม่เสร็จ
การขอ work permit ให้ชาวต่างชาติไม่ได้มีลำดับตายตัวแบบเดียว มันแยกเป็นสองเส้นทางตั้งแต่ต้น ขึ้นอยู่กับว่าพนักงานคนนั้น ‘อยู่ในไทยแล้ว’ หรือ ‘ยังไม่เข้าไทย’ และในเส้นทางที่พนักงานยังอยู่ต่างประเทศ ฝั่งนายจ้างมีงานที่ต้องทำให้เสร็จก่อนพนักงานจะยื่นขอวีซ่าได้ด้วยซ้ำ เข้าใจลำดับตรงนี้ผิดคือสาเหตุที่วันเริ่มงานเลื่อน และในบางกรณีคือจุดที่บริษัทมีความผิดโดยไม่รู้ตัว
Key Takeaways▾
- คนต่างด้าวที่อยู่ในไทยแล้วโดยได้รับอนุญาตให้อยู่เป็นการชั่วคราว (เช่น ถือวีซ่า Non-Immigrant B อยู่แล้ว) ขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ตามมาตรา 59 กรณีทั่วไป ยื่นด้วยแบบ บต.25 ทางการระบุระยะเวลาพิจารณา 3 วันทำการ แต่ในทางปฏิบัติผ่านระบบ e-WorkPermit มักใช้เวลารวม 2-3 สัปดาห์ (กรมการจัดหางาน + ประสบการณ์ตรงของทีม Simple Outsource)
- คนต่างด้าวที่ยังไม่เข้าไทย นายจ้างเป็นคนยื่นขอ ‘ใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าว’ ตามมาตรา 60 วรรคสอง ด้วยแบบ บต.32 — เป็นขั้นต้นเท่านั้น เมื่อพนักงานเดินทางเข้าไทยแล้วยังต้องทำขั้นตอนออกใบอนุญาตฉบับเต็มอีกครั้ง ใช้เวลารวมได้ถึง 2-3 สัปดาห์เช่นกัน (กรมการจัดหางาน)
- ก่อนพนักงานยื่นขอวีซ่า Non-Immigrant B ได้ ฝั่งบริษัทต้องมีหนังสือรับรองจากกระทรวงแรงงาน (แบบ WP3) เป็นหนึ่งในเอกสารที่ต้องแนบ (กระทรวงการต่างประเทศ)
- นายจ้างต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงภายใน 15 วัน ทั้งกรณีจ้าง โอนย้าย และเลิกจ้างคนต่างด้าว ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท (กระทรวงแรงงาน)
- รับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทำงาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (กระทรวงแรงงาน)
ต้องขอวีซ่า Non-B ก่อน หรือขอใบอนุญาตทำงานก่อน?

คำตอบขึ้นอยู่กับว่าพนักงานอยู่ที่ไหนตอนที่คุณเริ่มกระบวนการ ไม่ใช่ลำดับสำเร็จรูปที่ใช้ได้กับทุกเคส
กรณีพนักงานอยู่ในไทยแล้ว — คนต่างด้าวที่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร หรือได้รับอนุญาตให้เข้ามาเป็นการชั่วคราวที่ไม่ใช่ในฐานะนักท่องเที่ยว (เช่น ถือวีซ่า Non-Immigrant B อยู่แล้ว) ใช้เส้นทางมาตรา 59 กรณีทั่วไป ยื่นคำขอด้วยแบบ บต.25 ระยะเวลาดำเนินการรวม 3 วันทำการ แบ่งเป็นตรวจเอกสาร 1 วัน พิจารณา 1 วัน และลงนาม 1 วัน ตามข้อมูลกระบวนงานของกรมการจัดหางาน
กรณีพนักงานยังไม่เข้าไทย — นายจ้างเป็นฝ่ายยื่นขอ ‘ใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าว’ ตามมาตรา 60 วรรคสอง ด้วยแบบ บต.32 ระยะเวลาดำเนินการ 3 วันทำการ ค่ายื่นคำขอ 100 บาท
จุดที่คนพลาดกันมากอยู่ตรงนี้: แบบ บต.32 เป็นขั้นต้น (preliminary stage) เท่านั้น ตามข้อมูลกระบวนงานของกรมการจัดหางาน เมื่อคนต่างด้าวเดินทางเข้าไทยแล้ว ยังต้องดำเนินขั้นตอนออกใบอนุญาตทำงานฉบับเต็มต่ออีกครั้ง ไม่ใช่ทำ บต.32 เสร็จแล้วจบ
| พนักงานอยู่ในไทยแล้ว | พนักงานยังไม่เข้าไทย | |
|---|---|---|
| ฐานกฎหมาย | มาตรา 59 กรณีทั่วไป | มาตรา 60 วรรคสอง |
| แบบฟอร์ม | บต.25 | บต.32 |
| ใครยื่น | คนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร | นายจ้างยื่นแทนคนต่างด้าว |
| ระยะเวลา | 3 วันทำการ | 3 วันทำการ |
| ผลที่ได้ | ใบอนุญาตทำงาน | ขั้นต้น — ต้องออกใบอนุญาตฉบับเต็มอีกครั้งหลังเข้าไทย |
ข้อมูลทั้งสองเส้นทางจากกรมการจัดหางาน — ตัวเลข 3 วันทำการคือเวลาพิจารณาภายในเท่านั้น เวลารวมที่ควรวางแผนจริงยาวกว่านี้มาก (ดูหัวข้อถัดไป)
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าใบอนุญาตทำงานครอบคลุมอะไรบ้างและต่างจากวีซ่าอย่างไร อ่านWork Permit คืออะไร และนายจ้างต้องรู้อะไรก่อนเริ่ม ก่อนจะช่วยให้ภาพชัดขึ้น
หนังสือรับรองจากกระทรวงแรงงาน (แบบ WP3) คืองานที่ต้องเสร็จก่อนวีซ่าจะยื่นได้

ถ้าพนักงานของคุณยังอยู่ต่างประเทศและต้องขอวีซ่า Non-Immigrant B เพื่อเข้ามาทำงาน สิ่งที่ฝั่งบริษัทต้องเตรียมไม่ใช่แค่หนังสือรับรองการจ้าง แต่รวมถึง หนังสือรับรองจากกระทรวงแรงงาน ซึ่งยื่นขอด้วยแบบ WP3 — เอกสารฉบับนี้เป็นหนึ่งในรายการเอกสารประกอบการขอวีซ่า Non-Immigrant B ตามที่กระทรวงการต่างประเทศระบุไว้
พูดง่ายๆ คือ งานชิ้นแรกของนายจ้างเกิดขึ้นก่อนที่พนักงานจะได้ยื่นขอวีซ่าเสียอีก
นี่คือจุดที่ตารางเวลาของหลายบริษัทพัง เพราะวางแผนไว้ว่า “ให้พนักงานขอวีซ่ามาก่อน แล้วค่อยว่ากันเรื่องใบอนุญาตทำงาน” แล้วมาพบตอนหลังว่าเอกสารฝั่งบริษัทต่างหากที่เป็นตัวตั้งต้น
เอกสารชุดไหนเป็นของบริษัท ชุดไหนเป็นของพนักงาน

รายการเอกสารที่หาได้ทั่วไปมักปนกันเป็นก้อนเดียว ทำให้ทั้งสองฝ่ายรอกันไปมา แยกให้ชัดตั้งแต่วันแรกว่าใครถืออะไร แล้วงานจะไม่ค้าง — ชุดที่เห็นภาพชัดที่สุดคือเอกสารประกอบการขอวีซ่า Non-Immigrant B
| ฝั่งบริษัทเตรียม | ฝั่งพนักงานเตรียม |
|---|---|
| หนังสือรับรองจากกระทรวงแรงงาน (แบบ WP3), หนังสือรับรองจดทะเบียน, ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ, รายชื่อผู้ถือหุ้น, ข้อมูลบริษัท, รายชื่อพนักงานต่างชาติ, แผนที่, งบการเงิน/ภ.ง.ด.50/ภ.พ.30 | หนังสือเดินทางอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน, หลักฐานการเงิน 20,000 บาทต่อคน หรือ 40,000 บาทต่อครอบครัว, สำเนาใบอนุญาตทำงาน, ภ.ง.ด.91 ถ้าเคยทำงานในไทยมาก่อน, แบบฟอร์มขอวีซ่า, รูปถ่าย |
เอกสารชุดวีซ่าอ้างอิงกระทรวงการต่างประเทศ
ใบรับรองแพทย์เป็นเอกสารหนึ่งในชุดที่ต้องเตรียม และมีเงื่อนไขของตัวเองที่ต้องดูแยกต่างหาก ส่วนฝั่งบริษัทเอง ก่อนจะไปถึงเรื่องเอกสาร ต้องผ่านเกณฑ์คุณสมบัติของนายจ้างตามที่ทางราชการกำหนดก่อนด้วย — สองเรื่องนี้เราแยกอธิบายไว้ต่างหากเพราะมีรายละเอียดของมันเอง
ขอ work permit ให้ชาวต่างชาติใช้เวลานานแค่ไหน
ระยะเวลาดำเนินการที่ทางราชการระบุไว้คือ 3 วันทำการ ทั้งเส้นทางมาตรา 59 (แบบ บต.25) และเส้นทางมาตรา 60 วรรคสอง (แบบ บต.32) ตามข้อมูลกระบวนงานของกรมการจัดหางาน — แต่นี่คือเวลาที่หน่วยงานใช้พิจารณาหลังรับคำขอที่เอกสารครบแล้วเท่านั้น ไม่ใช่เวลาทั้งหมดตั้งแต่วันที่คุณเริ่มรวบรวมเอกสาร
ในทางปฏิบัติใช้เวลานานกว่านั้นมาก ตั้งแต่กรมการจัดหางานเปิดใช้ระบบ e-WorkPermit ทั่วประเทศ (13 ตุลาคม 2568) การยื่นคำขอใบอนุญาตทำงานต้องทำผ่านระบบออนไลน์นี้เป็นช่องทางหลัก (กระทรวงแรงงาน) จากประสบการณ์ตรงของทีม Simple Outsource ที่ยื่นเคสจริงผ่านระบบนี้ ระยะเวลารวมตั้งแต่ยื่นจนได้รับใบอนุญาตมักอยู่ที่ 2-3 สัปดาห์ ไม่ใช่ 3 วันทำการตามตัวเลขที่ทางการระบุ — ตัวเลข 3 วันทำการเป็นแค่ขั้นพิจารณาภายในของเจ้าหน้าที่ ไม่รวมคิวในระบบ การขอเอกสารเพิ่มเติมระหว่างตรวจ และรอบตรวจทานที่เกิดขึ้นจริง นายจ้างจึงควรวางแผนวันเริ่มงานโดยใช้ 2-3 สัปดาห์เป็นตัวเลขตั้งต้น ไม่ใช่ 3 วัน
ในแง่ค่าใช้จ่าย มีทั้งค่ายื่นคำขอและค่าใบอนุญาตซึ่งคิดตามช่วงเวลาที่ขอ — ถ้าต้องวางงบทั้งก้อนสำหรับพนักงานต่างชาติหนึ่งคน ดูรายละเอียดค่าธรรมเนียม Work Permit ตั้งงบยังไง ประกอบ
ให้พนักงานเริ่มงานก่อนใบอนุญาตออก นายจ้างมีความผิดอะไรบ้าง

นายจ้างห้ามรับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทำงาน และห้ามให้ทำงานนอกเหนือขอบเขตที่ได้รับอนุญาต ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามข้อผูกพันของนายจ้างที่กระทรวงแรงงานระบุไว้
ความเข้าใจผิดที่เจอบ่อยคือ ‘ยื่นคำขอแล้ว = เริ่มงานได้’ ซึ่งไม่ใช่ สิ่งที่ทำให้พนักงานทำงานได้อย่างถูกกฎหมายคือใบอนุญาต ไม่ใช่ใบรับคำขอ
อีกข้อที่มักตกหล่นคือหน้าที่หลังจ้างแล้ว — นายจ้างต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงต่อทางราชการภายใน 15 วัน ทั้งกรณีจ้าง โอนย้าย และเลิกจ้างคนต่างด้าว ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท (กระทรวงแรงงาน) ค่าปรับไม่สูง แต่เป็นจุดที่บริษัทลืมกันมากที่สุดจุดหนึ่ง เพราะเรื่องมันจบไปแล้วในความรู้สึกของทุกคน
เมื่อไหร่ทำเองได้ เมื่อไหร่ควรให้คนอื่นรับไม้ต่อ

พูดกันตรงๆ ก่อน: ถ้าคุณจ้างพนักงานต่างชาติคนเดียว เขาอยู่ในไทยแล้วโดยถือวีซ่าที่ยังไม่หมดอายุ เอกสารบริษัทพร้อม และไม่มีอะไรซับซ้อนเรื่องตำแหน่งงาน — เส้นทางมาตรา 59 ด้วยแบบ บต.25 เป็นงานที่ทีมของคุณเดินเองได้ ไม่ต้องจ้างใครก็ได้ ยื่นผ่านระบบ e-WorkPermit ซึ่งเป็นช่องทางบังคับอยู่แล้ว — แค่ต้องเผื่อเวลารวมไว้ 2-3 สัปดาห์ ไม่ใช่ 3 วันทำการ
ที่ควรให้คนอื่นรับไปทำ คือเคสที่มีตัวแปรหลายตัวพร้อมกัน — พนักงานหลายคน สัญชาติต่างกัน บางคนอยู่ในไทยบางคนยังไม่เข้ามา หรือบริษัทมีสถานะพิเศษ (บริษัทที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนจาก BOI มีเส้นทางขอใบอนุญาตทำงานแยกต่างหากของตัวเอง)
เวลานายจ้างส่งงานลักษณะนี้มาให้เราดูแล เราทำสี่อย่างนี้เป็นมาตรฐาน:
- ประเมินเส้นทางก่อนเริ่ม — ดูตำแหน่งงาน สัญชาติของพนักงาน และโครงสร้างบริษัท เพื่อชี้ให้ชัดว่าเคสนี้เดินเส้นทางไหน ก่อนจะเสียเวลาเตรียมเอกสารผิดชุด
- แยกและตรวจเอกสารสองฝั่งก่อนยื่น — ชุดของบริษัทกับชุดของพนักงานถูกไล่ทีละรายการจนครบ ไม่ใช่ไปรู้ตอนอยู่หน้าเคาน์เตอร์
- ส่งทีมไปร่วมทุกนัดหมายกับหน่วยงานรัฐ — พนักงานต่างชาติไม่ต้องไปเผชิญขั้นตอนภาษาไทยคนเดียว
- ติดตามวันหมดอายุ และเริ่มกระบวนการต่ออายุล่วงหน้า 60 วันอัตโนมัติ — เพราะการต่ออายุมีขั้นตอนและเอกสารของมันเองที่ต้องเตรียมล่วงหน้า
เราจะไม่บอกว่าใช้บริการแล้วผลอนุมัติจะเป็นอย่างไร เพราะการอนุมัติเป็นดุลพินิจของหน่วยงานราชการ สิ่งที่เรารับผิดชอบได้คือเอกสารครบ ยื่นถูกเส้นทาง และไม่มีวันหมดอายุไหนหลุดมือ

