บริษัทเพิ่งได้บัตรส่งเสริมการลงทุนมา ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติจะบินเข้ามาเดือนหน้า แล้วเรื่องเอกสารก็มากองอยู่บนโต๊ะคุณพร้อมคำถามที่ตอบไม่ได้ทันที — ในเมื่อบริษัทเป็น BOI แล้ว ยังต้องยื่นแบบเดิมอยู่ไหม หรือมีทางที่เร็วกว่านั้น
Work permit BOI คือ ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ที่ยื่นผ่าน One Start One Stop Investment Center (OSOS) ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน แทนการยื่นตามช่องทางปกติ จุดที่ต่างชัดที่สุดคือเวลา: BOI OSOS ระบุว่าศูนย์นี้ประมวลผลคำขอและคำขอต่ออายุ work permit พร้อมวีซ่า ภายใน 3 ชั่วโมง เมื่อเอกสารครบถ้วนถูกต้อง ขณะที่เส้นทางปกติใช้เวลา 7-10 วันทำการหลังผู้สมัครได้รับ Visa Non-Immigrant B และเดินทางเข้าไทยแล้ว (Simple Outsource)
แต่ตัวเลข 3 ชั่วโมงนี้ไม่ได้เปิดให้ทุกบริษัท และนี่คือจุดที่คนเข้าใจผิดกันมากที่สุด
Key Takeaways▾
- Work permit BOI คือการยื่นผ่านศูนย์ OSOS ของ BOI ซึ่งประมวลผลคำขอและคำขอต่ออายุภายใน 3 ชั่วโมงเมื่อเอกสารครบถ้วนถูกต้อง (BOI OSOS) เทียบกับ 7-10 วันทำการของเส้นทางปกติ (Simple Outsource)
- บริษัทต้องได้รับบัตรส่งเสริมจาก BOI อยู่ก่อนแล้ว จึงจะเข้าเส้นทางนี้ได้ ไม่ใช่สิ่งที่ยื่นขอพร้อมกับ work permit
- หลังได้รับบัตรส่งเสริม บริษัทลงทะเบียนผ่านระบบ Single Window ออนไลน์ และชาวต่างชาติต้องยื่นขอ work permit ภายใน 30 วันหลัง BOI แจ้งอนุมัติตำแหน่งงาน (BOI)
- Work permit ภายใต้ BOI มีอายุ 1 ปีสำหรับตำแหน่งทั่วไป และ 2 ปีสำหรับตำแหน่งผู้บริหารหรือผู้เชี่ยวชาญ (BOI)
ทำไม “บริษัทเป็น BOI” ถึงเป็นเงื่อนไขที่ต้องมีก่อน ไม่ใช่สิ่งที่ขอพร้อมกัน

ความเข้าใจผิดที่เจอบ่อยที่สุดกับเรื่องนี้คือ การคิดว่าสถานะ BOI กับ work permit เป็นเรื่องเดียวกันที่ยื่นไปพร้อมกันได้ ความจริงคือมันเป็นคนละขั้นและคนละเรื่อง
สถานะ BOI คือสิทธิ์ที่บริษัทได้รับจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนตามประเภทกิจการที่ขอส่งเสริม เมื่อได้รับบัตรส่งเสริมแล้ว บริษัทจึงลงทะเบียนผ่านระบบ Single Window ออนไลน์เพื่อนำผู้เชี่ยวชาญและช่างเทคนิคต่างชาติรวมถึงครอบครัวเข้ามาทำงาน (BOI) พูดง่ายๆ คือบัตรส่งเสริมเป็นกุญแจ ส่วน OSOS เป็นประตูที่กุญแจนั้นเปิดได้
ถ้าบริษัทยังไม่มีบัตรส่งเสริม เส้นทาง OSOS ยังไม่เปิดให้ ไม่ว่าตำแหน่งที่จะจ้างจะเร่งแค่ไหนก็ตาม
จุดนี้สำคัญกับการวางแผนกำลังคน เพราะถ้านายจ้างวางแผนโดยคิดว่าจะได้ใบอนุญาตใน 3 ชั่วโมง แต่บริษัทยังอยู่ระหว่างขอส่งเสริม ตารางเวลาที่วางไว้จะคลาดตั้งแต่ต้น
เทียบตรงๆ เส้นทาง BOI กับเส้นทางปกติต่างกันตรงไหนบ้าง

| มิติที่เทียบ | เส้นทาง BOI (ผ่าน OSOS) | เส้นทางปกติ |
|---|---|---|
| เวลาพิจารณา | ภายใน 3 ชั่วโมง เมื่อเอกสารครบถ้วนถูกต้อง (BOI OSOS) | 7-10 วันทำการ หลังได้รับ Visa Non-Immigrant B และเดินทางเข้าไทย (Simple Outsource) |
| เงื่อนไขที่บริษัทต้องมีก่อน | ได้รับบัตรส่งเสริมจาก BOI แล้ว และลงทะเบียนผ่านระบบ Single Window (BOI) | ไม่ต้องมีสถานะส่งเสริม แต่ต้องเข้าเกณฑ์โควตาและทุนจดทะเบียน |
| โควตาพนักงานไทยและทุนจดทะเบียน | บริษัทที่ได้รับการส่งเสริม BOI ได้รับการยกเว้นบางส่วนจากข้อกำหนดโควตามาตรฐาน (Simple Outsource) | สัดส่วนพนักงานไทยต่อ expat 4:1 และทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 2 ล้านบาทต่อ expat กรณีบริษัทไทยถือหุ้นใหญ่ หรือ 3 ล้านบาท กรณีบริษัทต่างชาติถือหุ้นใหญ่ (Simple Outsource) |
| กรอบเวลายื่นหลังอนุมัติตำแหน่ง | ต้องยื่นขอ work permit ภายใน 30 วันหลัง BOI แจ้งอนุมัติตำแหน่งงาน (BOI) | ยื่นหลังผู้สมัครถือ Visa Non-Immigrant B และเดินทางเข้าไทยแล้ว (Simple Outsource) |
| อายุใบอนุญาต | 1 ปีสำหรับตำแหน่งทั่วไป และ 2 ปีสำหรับตำแหน่งผู้บริหารหรือผู้เชี่ยวชาญ (BOI) | ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ขอ ซึ่งมีผลกับค่าธรรมเนียมรัฐบาล 750-3,000 บาท (Simple Outsource) |
สิ่งที่ตารางนี้บอกและคำว่า “เร็วกว่า” ลอยๆ บอกไม่ได้ก็คือ ความเร็วของเส้นทาง BOI ไม่ได้มาจากการลัดขั้นตอน แต่มาจากการที่บริษัทผ่านการตรวจคุณสมบัติมาแล้วรอบหนึ่งตั้งแต่ตอนขอบัตรส่งเสริม สิ่งที่เหลือที่ OSOS จึงเป็นงานเอกสารของตัวบุคคล ไม่ใช่การพิสูจน์ตัวบริษัทซ้ำอีกรอบ
รายละเอียดของเส้นทางปกติทั้งกระบวนการ ตั้งแต่ประเภทใบอนุญาตไปจนถึงเอกสารฝั่งนายจ้าง อยู่ในบทความ Work Permit คืออะไร แล้ว บทความนี้ยกมาเฉพาะตัวเลขที่ใช้เทียบ
บริษัทของคุณมีสิทธิ์ใช้เส้นทาง BOI ไหม

ตอบสั้นที่สุดคือ ดูที่บัตรส่งเสริมอย่างเดียว ถ้าบริษัทได้รับการส่งเสริมจาก Board of Investment (BOI) แล้ว ก็มีสิทธิ์ยื่นขอ work permit ผ่านศูนย์บริการของ BOI ซึ่งประมวลผลเร็วกว่า และได้รับการยกเว้นจากข้อกำหนดโควตามาตรฐาน (Simple Outsource)
แล้วถ้ายังไม่มีบัตรส่งเสริมล่ะ อันนี้ตอบตรงๆ ว่า การไปขอสถานะ BOI เพียงเพื่อให้ work permit เร็วขึ้น ไม่ใช่เหตุผลที่คุ้มกับสิ่งที่ต้องลงแรง การขอส่งเสริมมีเกณฑ์ประเภทกิจการและเงื่อนไขของตัวเองซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการจ้างพนักงานต่างชาติ ถ้าโจทย์ของคุณคือจ้างผู้บริหารต่างชาติหนึ่งถึงสองคนในบริษัทที่เข้าเกณฑ์ทุนจดทะเบียนและสัดส่วนพนักงานไทยอยู่แล้ว เส้นทางปกติที่ใช้เวลา 7-10 วันทำการ (Simple Outsource) จบงานได้เร็วกว่าการไปเริ่มต้นขอสถานะส่งเสริมใหม่มาก
ส่วนเรื่องเงินเดือนขั้นต่ำที่ต้องใช้ประกอบการยื่น เป็นคนละเกณฑ์กับสิทธิ์เข้าเส้นทาง BOI และเราแยกไว้ในบทความ เงินเดือนขั้นต่ำสำหรับ work permit
ขอ work permit BOI ต้องเตรียมเอกสารอะไร และยื่นที่ไหน
เอกสารมาตรฐานที่ OSOS ต้องการสำหรับการขอ work permit มีดังนี้ (BOI OSOS)
- หนังสือเดินทางพร้อมวีซ่า Non-B ที่มีอายุเหลือขั้นต่ำ 6 เดือน
- ใบรับรองแพทย์จากแพทย์ไทยที่มีใบอนุญาต
- รูปถ่ายขนาด 5×6 เซนติเมตร จำนวน 3 ใบ ถ่ายภายใน 6 เดือน
- วุฒิการศึกษาและหนังสือรับรองจากนายจ้าง
- Job description ที่ระบุรายละเอียดของตำแหน่งชัดเจน
- ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง ถ้าตำแหน่งนั้นต้องมี
- หนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ 10 บาท ในกรณียื่นผ่านตัวแทน
เรื่องสถานที่ยื่นเป็นจุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ปัจจุบัน OSOS อยู่ที่ One Bangkok โซน PARADE ชั้น 7 ถนนพระราม 4 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ย้ายมาจาก Chamchuri Square ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2025 (BOI OSOS) ไกด์และบทความจำนวนไม่น้อยที่ยังลอยอยู่บนอินเทอร์เน็ตยังระบุที่อยู่เดิม ถ้าจัดคิวเดินเอกสารตามข้อมูลเก่า วันนั้นจะเสียไปฟรีๆ ทั้งวัน
ลำดับขั้นตอนจากวีซ่าถึงใบอนุญาต ต้องเดินยังไง

ลำดับมาตรฐานสำหรับผู้เชี่ยวชาญต่างชาติภายใต้ BOI มี 4 ขั้น (BOI OSOS)
- ขอวีซ่า Non-B จากสถานทูตหรือกงสุลไทยในต่างประเทศ
- ขออนุญาตพำนักผ่าน BOI
- ขอ work permit จากกรมการจัดหางาน
- ดำเนินพิธีการตรวจคนเข้าเมือง
สิ่งที่นายจ้างต้องคุมให้อยู่คือกรอบเวลาระหว่างขั้น ชาวต่างชาติต้องยื่นขอ work permit ภายใน 30 วันหลัง BOI แจ้งอนุมัติตำแหน่งงาน (BOI) นั่นแปลว่านาฬิกาเริ่มเดินตั้งแต่วันที่ตำแหน่งได้รับอนุมัติ ไม่ใช่วันที่พนักงานเดินทางมาถึง
กรณีที่งานเริ่มด่วนกว่าที่เอกสารจะเดินทัน BOI อนุมัติให้เริ่มทำงานได้ภายใน 3 ชั่วโมง เป็นระยะเวลาสูงสุด 30 วัน และขอได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น (BOI OSOS) เป็นทางออกที่มีอยู่จริง แต่ใช้ทดแทนการวางแผนล่วงหน้าไม่ได้ เพราะขอซ้ำไม่ได้
ต่ออายุและยกเลิก สองจุดที่นายจ้างมักตกหล่น

การต่ออายุไม่ใช่แค่ยื่นแบบฟอร์มใหม่ คำขอต่ออายุตำแหน่งที่ยื่นในช่วง 15-90 วันก่อนวันหมดอายุ จะได้รับการต่ออายุ 1-2 ปีนับจากวันหมดอายุเดิม โดยแบบฟอร์ม 11.1 สำหรับการต่ออายุตำแหน่งใช้เวลา 5 วันทำการ ส่วนแบบฟอร์ม 11.2 ใช้เวลา 3 วันทำการ (BOI OSOS) และการต่ออายุทุกกรณีต้องมีหลักฐานว่าได้ชำระภาษีของปีก่อนหน้าแล้ว (BOI OSOS)
สำหรับตำแหน่งระดับผู้บริหาร มีเงื่อนไขเพิ่มอีกชั้นคือ ต้องแสดงหลักฐานการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้พนักงานไทย ระบุวันที่ หัวข้อ วิธีการอบรม และผลลัพธ์ (BOI OSOS) นี่คือเอกสารที่ต้องสะสมระหว่างปี ไม่ใช่สิ่งที่ทำย้อนหลังได้ในสัปดาห์สุดท้าย
อีกด้านหนึ่งที่มักหลุดคือตอนพนักงานลาออก เมื่อพนักงานที่ได้รับการสนับสนุนจาก BOI ลาออก ต้องแจ้งยกเลิกล่วงหน้า 15 วันก่อนวันหมดอายุ (BOI OSOS) ส่วนกรณีพนักงานที่ต้องเดินทางออกนอกประเทศระหว่างถือใบอนุญาต ค่าธรรมเนียม re-entry permit ผ่าน OSOS อยู่ที่ 1,000 บาทสำหรับการเดินทางครั้งเดียว และ 3,800 บาทสำหรับหลายครั้ง (BOI OSOS)
ก้าวต่อไปสำหรับนายจ้างที่กำลังเตรียมยื่น
สิ่งที่หยิบไปทำได้ทันทีวันนี้มีอย่างเดียว คือหยิบบัตรส่งเสริมของบริษัทออกมาดูก่อนว่ามีจริงหรือยัง เพราะคำตอบตรงนั้นเป็นตัวตัดสินว่าตารางเวลาที่คุณกำลังวางให้ผู้บริหารคนใหม่ควรตั้งไว้ที่ 3 ชั่วโมงหรือ 7-10 วันทำการ ทุกอย่างที่เหลือเป็นงานเอกสารที่วางแผนได้
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าบริษัทเข้าเงื่อนไขเส้นทางไหน Simple Outsource ประเมินสิทธิ์และดูแลกระบวนการยื่นขอ BOI Work Permit ให้ได้ — ดูขอบเขตงานทั้งหมดได้ที่หน้า บริการวีซ่าและ Work Permit หรือส่งรายละเอียดตำแหน่งที่กำลังจะจ้างมาให้เราดูก่อนก็ได้ ไม่มีข้อผูกมัด

